ปัญหาสำคัญของการทำปศุสัตว์ คือ โรคต่างๆ ที่มักเกิดกับสัตว์ ซึ่งแตกต่างกันไปตามชนิดของสัตว์ และพื้นที่ในการเลี้ยงสัตว์ โรคบางชนิดสามารถเกิดขึ้นได้กับสัตว์ทุกชนิด และเกิดได้ทุกที่ที่มีการเลี้ยงสัตว์ โดยในประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในเขตร้อนชื้นที่ทำให้มีโรคประจำถิ่น และโรคระบาดต่างๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ง่าย หากเกษตรกรไม่มีวิธีการป้องกันที่ถูกต้องอาจส่งผลให้เชื้อโรคนั้นๆ มีการดื้อยา และยากในการควบคุมได้ ในส่วนของการเลี้ยงแพะของเกษตรกรในประเทศไทยที่มีการเลี้ยงในปัจจุบันทั่วทุกภาคของประเทศ และมีการเลี้ยงแบบปล่อยแทะเล็มตามธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งส่งผลให้มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคระบาดได้ทุกเมื่อ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคจึงเป็นอีกวิธีการหนึ่งทีเกษตรกรควรให้ความสำคัญและกระทำอย่างสม่ำเสมอเป็นโปรแกรมประจำฟาร์ม ควบคู่กับการจัดการด้านสุขาภิบาลภายในฟาร์มด้วย
การฉีดวัคซีนให้กับแพะ เป็นการเพิ่มภูมิต้านทานโรคให้กับฝูงแพะที่เลี้ยง และควรกระทำประจำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ภูมิต้านทานโรคคงที่ อีกทั้งการทำวัคซีนในระยะแม่พันธุ์ก่อนการผสมพันธุ์ ภูมิต้านทานที่เพิ่มขึ้นในตัวแม่พันธุ์สามารถถ่ายทอดให้กับลูกหลังคลอดในระยะหนึ่งด้วย
ข้อควรรู้และปฏิบัติในการใช้วัคซีน
- ไม่ควรให้วัคซีนกับสัตว์ที่กำลังป่วยหรือไม่แข็งแรง
- ศึกษาวิธีการใช้วัคซีนและการเก็บรักษาให้ถูกต้อง รวมถึงตรวจสอบวันหมดอายุของวัคซีนนั้นๆ
- ให้ใช้วัคซีนตามคำแนะนำของสัตวแพทย์เมื่อมีการระบาดของโรคในพื้นที่ หรือพื้นที่ใกล้เคียง
- ต้องระลึกเสมอว่าการให้วัคซีนแก่สัตว์เป็นการป้องกันโรคก่อนการเกิดโรค มิใช่การรักษาเมื่อโรคเกิดขึ้นแล้ว
** การป้องกันที่ดีต้องกระทำควบคู่กับการจัดการฟาร์มที่ดีด้วย**
- ระวังอย่าให้วัคซีนถูกความร้อน หรือแสงแดด ควรแช่เย็นตลอดเวลาทั้งก่อนใช้ และระหว่างใช้วัคซีน
- วัคซีนชนิดแห้งควรถูกละลายในน้ำยาละลายที่กำหนด เมื่อผสมแล้วต้องใช้ให้หมดภายใน 2 ชั่วโมง หากเกินจากนั้นไม่ควรใช้วัคซีนนั้น
- วัคซีนชนิดน้ำมัน หากมีการแยกชั้นที่ก้นขวดไม่ควรนำมาใช้
โปรแกรมการให้วัคซีนในแพะ
- โรคปากเท้าเปื่อย ให้ครั้งแรกเมื่อแพะมีอายุ 4-6 เดือน และให้เป็นประจำทุกๆ 6 เดือน โดยฉีดเข้าใต้ผิวหนัง
- โรคแอนแทรกซ์ ให้ครั้งแรกเมื่อแพะมีอายุ 4 เดือน และให้เป็นประจำทุกๆ ปี โดยฉีดเข้าใต้ผิวหนัง
- โรคแบลคเลก ให้ครั้งแรกเมื่อแพะมีอายุ 4 เดือน และให้เป็นประจำทุกๆ 6 เดือน โดยฉีดเข้าใต้ผิวหนัง





